สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ

- ความคิดเห็น (0)
สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ

1. พิจารณาความสำคัญของอุปกรณ์โหลดที่ท่านจะนำ UPS ไปใช้ในการป้องกัน?

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญมาก เช่น เครื่องมือวัด, เครื่องมือแพทย์, Computer Server ขนาดใหญ่, ระบบสำรองไฟสำหรับเครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น ควรเลือกใช้ UPS ชนิด True on line UPS
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญไม่มาก เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานภายในบ้าน หรือสำนักงาน ควรเลือกใช้ UPS ชนิด Line Interactive UPS with Stabilizer

2.คุณภาพของกระแสไฟฟ้าในสถานที่ที่จะนำ UPS ไปใช้งานมีลักษณะเป็นอย่างไร?

  • หากสถานที่ที่จะนำ UPS ไปใช้งานมีปัญหาเรื่องความแปรปรวนของกระแสไฟฟ้ามากๆ เช่นบริเวณชายแดน, พื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งจ่ายไฟใหญ่ๆ เป็นต้น ควรเลือกใช้ UPS ชนิด True on line UPS
  • หากสถานที่ที่จะนำ UPS ไปใช้งานไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพของกระแสไฟฟ้ามากนัก ควรเลือกใช้ UPS ชนิด Line Interactive UPS with Stabilizer

3.ขนาดกำลังไฟฟ้า (VA) ที่อุปกรณ์ไฟฟ้าประเภทดังกล่าวใช้เป็นเท่าไร?
ขนาดกำลังไฟฟ้าของโหลดที่ต่อพ่วง ไม่ควรสูงเกินกว่า 80% ของกำลังไฟฟ้าของ UPS  (UPS ควรใหญ่กว่ากำลังไฟรวมของโหลด เพื่อสำรองไว้ในกรณี Overload)

การคำนวณขนาดของ UPS ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ปฏิบัติดังนี้

  • รวบรวมรายการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต่อพ่วงกับระบบ UPS ทั้งหมด เช่น คอมพิวเตอร์, จอ, โมเด็ม, สแกนเนอร์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ
  • ดูว่าอุปกรณ์ไฟฟ้ากินไฟกี่วัตต์ หรือ กี่ VA โดยอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีป้ายแสดงค่าพิกัดกำลัง (Nameplate) ท้ายเครื่อง (ป้ายนี้จะแสดงข้อมูลแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า)
  • ให้คำนวณค่า VA โดยคูณค่า Volt และ Amps เข้าด้วยกัน
  • หากป้ายแสดงข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าในรูปของพลังงานไฟฟ้าในหน่วยวัตต์ (Watt-W)  ให้แปลงกลับเป็นค่า VA โดยการคูณค่าวัตต์ด้วย 1.4
  • รวมค่า VA หรือ Watt ของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในรายการที่จะต่อพ่วงกับระบบ UPS
  • เลือก UPS ที่เหมาะสม โดยนำค่า 0.8 มาหาร 

เช่น คำนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อพ่วง ได้ 240Watt  ให้คำนวน 240/0.8 = 300 ดังนั้น ควรเลือกใช้ UPS ที่มีกำลังไฟมากกว่า 300Watt ขึ้นไป


4.ต้องการให้ UPS จ่ายพลังงานสำรองได้นานเท่าไร? (Backup Time)

  • หากต้องการให้มีระยะเวลาสำรองไฟมากกว่าปกติ ให้เลือกใช้ UPS รุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ชนิด High-Rate จะสามารถสำรองไฟฟ้าได้นานกว่าปกติ ประมาณ 20% (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อใช้งาน)

5.ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิตและการบริการหลังการขาย

  • ความมุ่งมั่นและระยะเวลาในการทำธุรกิจ จะเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความจริงจังในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี บริษัทที่มีความตั้งใจอันแน่วแน่และมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจใดๆ ย่อมจะต้องนำเสนอแต่สินค้าที่มีคุณภาพดี และให้บริการที่มีมาตรฐาน ตลอดจนมีการพัฒนาด้านคุณภาพสินค้า, ระบบการผลิต และการบริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า

6.มาตรฐานสากลที่บริษัทผู้ผลิตได้รับ และหน่วยงานที่ให้การรับรองมาตรฐานสากลนั้นๆ

  • เนื่องจากการได้รับมาตรฐานสากลไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะได้มาโดยง่าย โดยเฉพาะสำหรับผู้ผลิตภายในประเทศที่สามารถทำให้หน่วยงานที่ให้การรับรองมาตรฐานในระดับนานาชาติยอมรับได้นั้น ผู้ผลิตจะต้องพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองเป็นอย่างมาก เพื่อให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกับบริษัทชั้นนำของโลก เช่น ลีโอนิคส์ ได้รับการรับรองมาตรฐานและรางวัลต่างๆ ดังนี้
  • การรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน มอก./ISO 9001:2008 จาก MASCI (สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ) 
  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1291-2553 เล่ม 1, เล่ม 2, เล่ม 3 จากสมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม)
  • การรับรองระบบจัดการสิ่งแวดล้อม มอก./ISO 14001 จาก MASCI (สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ)
  • การได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2542 (Prime Minister's Industry Award 1999) ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จากกระทรวงอุตสาหกรรม
  • การได้รับ 3 รางวัลผู้ส่งออกไทยดีเด่น ประจำปี 2543 (Prime Minister's Export Award 2000) ประเภทรางวัลผู้ส่งออกไทยดีเด่น, ประเภทรางวัลผู้ส่งออกไทยดีเด่นที่มีการออกแบบสินค้าเป็นของตนเอง และประเภทรางวัลผู้ส่งออกไทยดีเด่นที่มีการใช้ชื่อการค้าของตนเอง

จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์จาก LEONICS ทุกเครื่อง จะมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานระดับสากล และสามารถเชื่อมั่นได้ว่า คำสัญญาต่างๆ ตลอดจนคุณสมบัติของ UPS ที่บริษัทฯ อ้างถึงจะเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้อย่างแน่นอน

7.เงื่อนไขการรับประกัน

  • เรื่องของเงื่อนไขการรับประกัน มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ เพราะนั่นหมายถึง ผู้ผลิตได้ให้ความคุ้มครองและดูแลผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของตนมากน้อยเพียงใด หากลองพิจารณา UPS ที่มีจำหน่ายในตลาด IT แต่ละยี่ห้อ จะมีระยะเวลารับประกันไม่เท่ากัน 1 ปี, 2 ปี หรือมากกว่านั้น เมื่อผู้ใช้พบปัญหาในการใช้งาน UPS ภายในระยะเวลารับประกัน สามารถส่งซ่อมยังศูนย์บริการได้

8.ศูนย์บริการระดับมาตรฐาน

  • ในการเลือกซื้อ UPS นั้น ปัจจัยในด้านศูนย์บริการหลังการขาย ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญ เพราะผู้ใช้จะสามารถวางใจได้ว่า UPS จะได้รับการบำรุงรักษา หรือแก้ปัญหาด้วยช่างผู้ชำนาญ พร้อมด้วยอุปกรณ์อะไหล่ที่ได้มาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิต ลีโอนิคส์ ปรารถนาให้ UPS ของคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม 
Comments (0)